สมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทย ความเป็นมาและผลงานโดยสังเขป

สมาคมฯ ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการกวาดล้างทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และผู้เก็บกู้ระเบิด (De-miner) กว่า 30 คน ที่เคยทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ภายใต้กองบัญชาการกองทัพไทยมานานกว่า 21 ปี เพื่อช่วยหน่วยงานราชการในการสำรวจ และเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่หลงเหลืออยู่ตามชายแดนให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดรวมทั้งกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิด โดยสมาคมได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อ 15 มีนาคม 2553 

กลุ่มผู้ก่อตั้งสมาคมฯ นี้โดยเฉพาะ นายอมรชัย ศิริไสย์ ได้ช่วยเหลือทางราชการคือ ศทช. มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2543 ในการสำรวจผลกระทบเบื้องต้นของทุ่นระเบิด (Landmine Impact Survey: LIS) และช่วยเก็บกู้ระเบิดมาตลอดโดยเฉพาะชายแดนด้านกัมพูชา เช่นได้ร่วมดำเนินโครงการ สด๊อก ก๊อกทม (จ.สระแก้ว พ.ศ. 2546) โครงการ ผา มอ อี แดง (ศรีสะเกศ พ.ศ. 2448) โครงการสำรวจเพื่อปรับลดพื้นที่ทุ่นระเบิดในช่วงเวลา พ.ย 2550 ถึง ต.ค 2552 ชื่อ Integrated Area Reduction Survey (IARS) โดยโครงการได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวน 1,282,070 เหรียญดอลล่าสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย 43,547,561.37 บาท ผ่าน Japan-ASEAN Integration Fund (JAIF) หลังจากนั้นได้ทำงานภายใต้สมาคม TDA ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ตามรายละเอียดด้านล่าง

รายชื่อผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาสมาคม

1. พลเอก ธำรงศักดิ์ ดีมงคล ด้านกิจการต่างประเทศ

2. พลโท โสมนัส ณ เชียงใหม่ ด้านควบคุมคุณภาพ

3. พลตรีพงศ์นาถ ธีระโยธิน ด้าน PR การข่าว ชายแดน

คณะกรรมการสมาคมที่สำคัญ

1. นายอมรชัย ศิริไสย์ นายกสมาคม

2. ร.อ กาจณ์ ฤทธิแผลง อุปนายกสมาคม

3. นางสุภมาศ ศิริไสย์ เหรัญญิก

4. นางกรรณิกา จันทะพา ปฏิคม

5. นางสาวนารี กาละศรี ประชาสัมพันธ์

ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของสมาคมฯ

1. ดำเนินโครงการกวาดล้างทุ่นระเบิดชื่อ MRCT:

โครงการ ปฏิบัติการปรับลดพื้นที่ทุ่นระเบิดบริเวณพื้นที่ชายแดนกัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย พร้อมทั้งการเผยแพร่ประสบการณ์ที่ได้ หรือ MRCT Project โดยได้รับงบประมาณดำเนินโครงการจากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวน 473,055.96 เหรียญ สหรัฐอเมริกา ผ่าน JAPAN-ASEAN Integration Fund (JAIF) ระยะเวลาปฏิบัติงาน  18 เดือน ระหว่าง 1 เมษายน 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 ใช้พนักงาน 19 คนเพื่อปฏิบัติงานในโครงการนี้ ในจำนวนนี้ 15 คน ทำงานที่สนามเป็นหลัก ที่ ช่องพริก บ้านจรัสพัฒนา ต.บัวเชด จ.สุรินทร์ 

ผลการดำเนินงาน สามารถตรวจพบทุ่นระเบิด/UXO จำนวน 2,729 ทุ่น และคืนพื้นที่ปลอดภัย จำนวน 2,445,513 ตร. ม. ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าไปทำมาหากินได้อย่างปลอดภัย

2. ดำเนินโครงการกวาดล้างทุ่นระเบิดชื่อ ICEA:

โครงการ บูรณาการกวาดล้างทุ่นระเบิดเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจตามแนวชายแดน (ในประเทศอาเซียน) -บทเรียนจากประเทศไทย “Integrated Landmine Clearance to Promote Cross Border Economy (in ASEAN Countries) –  Lesson Learned from Thailand: ICEA” ได้รับงบประมาณดำเนินโครงการจาก รัฐบาลญี่ปุ่นต่อเนื่อง จำนวน 806,275.77 เหรียญ สหรัฐอเมริกา ผ่าน JAPAN-ASEAN Integration Fund (JAIF) เพื่อกวาดล้างทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่ จ. สุรินทร์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ที่ช่องจอม ระยะเวลาปฏิบัติงาน 2 ปี ระหว่าง 1 กันยายน 2559 ถึง 30 สิงหาคม 2561 โดยใช้พนักงานโครงการ 24 คนเพื่อปฏิบัติงานในโครงการนี้ ในจำนวนนี้ 18 คน ทำงานที่สนามเป็นหลัก   

ผลการดำเนินงาน สามารถตรวจพบทุ่นระเบิด/UXO จำนวน 7,225 ทุ่น และคืนพื้นที่ปลอดภัย จำนวน 2,283,598 ตร. ม. ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าไปทำมาหากินได้อย่างปลอดภัย

3. ดำเนินโครงการสำรวจเพื่อจำแนกพื้นที่ทุ่นระเบิดชื่อ PATOM:

โครงการ ช่วยเหลือประเทศไทยเพื่อให้บรรลุพันธะกิจการกวาดล้างภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิด Project to Assist Thailand in Fulfilling its Clearance Obligation under the Mine Ban Treaty: PATOM” ได้รับงบประมาณดำเนินโครงการจาก รัฐบาลญี่ปุ่นต่อเนื่อง จำนวน 967,753.17 เหรียญ สหรัฐอเมริกา ผ่าน JAPAN-ASEAN Integration Fund (JAIF) เพื่อสำรวจและจำแนกสนามทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่ จ. บุรีรัมย์ จ. ศรีสะเกษ จ. อุบลราชธานี และ จ. ตราด ระยะเวลาปฏิบัติงาน 2 ปี ระหว่าง 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 30 เมษายน 2564 โดยใช้พนักงานโครงการ 30 คนเพื่อปฏิบัติงานในโครงการนี้ ในจำนวนนี้ 22 คน ทำงานที่สนามเป็นหลัก โดยสมาคมฯ ยังได้เข้าร่วมภารกิจที่ “ปฏิบัติการในพื้นที่รวงผึ้ง” 

ผลการดำเนินงาน สามารถตรวจพบทุ่นระเบิด/UXO จำนวน 5,495 ทุ่น และคืนพื้นที่ปลอดภัย จำนวน 81,166,123 ตร. ม. ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าไปทำมาหากินได้อย่างปลอดภัย

4. รวมผลงาน ตั้งแต่ กันยายน 2559 ถึง 25 มิถุนายน 2563: ตรวจพบทุ่นระเบิด 15,449 ทุ่น คืนพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมด 85,895,234 ตร. ม. ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าไปทำมาหากินได้อย่างปลอดภัย ได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นทั้งสิ้น จำนวน 2,247,084.9 เหรียญ สหรัฐอเมริกา ผ่าน JAPAN-ASEAN Integration Fund (JAIF)